ข้อมูลการเตรียมตัวนักวิ่ง Bank of America Chicago Marathon 2026
ขอแสดงความยินดีกับนักวิ่งที่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน Bank of America Chicago Marathon 2026 หนึ่งในงานวิ่งระดับโลกที่นักวิ่งทุกคนใฝ่ฝัน สนามนี้ไม่เพียงมีชื่อเสียงด้านเส้นทางที่ราบเรียบและเหมาะสำหรับทำสถิติส่วนตัว แต่ยังเป็นหนึ่งใน Abbott World Marathon Majors ที่ยิ่งใหญ่และทรงเกียรติที่สุดของโลก การเข้าร่วมวิ่ง 42.195 กิโลเมตรในเมืองแห่งสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมอย่าง Chicago จึงไม่ใช่เพียงการพิชิตระยะทาง แต่คือการได้เป็นส่วนหนึ่งของเวทีที่นักวิ่งจากทั่วโลกต่างมุ่งหน้ามาเพื่อสัมผัสบรรยากาศอันน่าจดจำ
LET’S RUN THE WORLD เป็น Official Tour Operator ของ Bank of America Chicago Marathon ได้รับสิทธิ์การขายแพ็คเกจอย่างถูกต้องในประเทศไทย
ข้อมูลทั่วไป
สกุลเงิน
ใช้สกุลเงินดอลล่าร์ (USD) อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ประมาณ $1 = 32-33 บาท
ร้านค้าและร้านอาหารส่วนใหญ่ (เกือบ 99%) รับบัตรเครดิต ได้อย่างสะดวก เพื่อความสะดวกและปลอดภัย ไม่จำเป็นต้องพกเงินสดจำนวนมาก
แนะนำให้ตรวจสอบกับธนาคารผู้ออกบัตรของล่วงหน้า เพื่อเปิดใช้บริการรูดบัตรในต่างประเทศและตรวจสอบอัตราค่าธรรมเนียมในการใช้จ่ายระหว่างประเทศเป็นเงินสกุล USD

เครื่องใช้ไฟฟ้า
ปลั๊กไฟฟ้าในสหรัฐอเมริกาจะเป็นไฟ 120 Volt ไม่สามารถนำเครื่องใช้ไฟฟ้าโวลต์สูงจากไทยไปใช้ได้ ยกเว้นอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าสมัยใหม่ที่รองรับการแปลงไฟอัตโนมัติ ปลั๊กเป็นแบบ Type A (2 ขาแบน) และ Type B (2 ขาแบน + 1 ขากลม)
สภาพอากาศ
ในช่วงต้นเดือนตุลาคม ที่ Chicago อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 10-15° เซลเซียส โอกาสเกิดฝนประมาณ 25% ลมค่อนข้างแรง ควรเตรียมเสื้อกันหนาว เสื้อกันลม และเสื้อกันฝนไปเผื่อด้วย ช่วงรอยต่อระหว่างฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว อากาศเปลี่ยนแปลงไปมา ต้องติดตามการพยากรณ์อากาศแบบวันต่อวัน
เวลา
เวลาท้องถิ่นของเมือง Chicago ในเดือนตุลาคม ช้ากว่าไทย 12 ชั่วโมง
เครื่องใช้ไฟฟ้า
ไฟฟ้าที่สหรัฐอเมริกาเป็นไฟ 120 Volt ไม่สามารถนำเครื่องใช้ไฟฟ้าโวลต์สูงจากไทยไปใช้ได้ปลั๊กไฟฟ้าเป็นแบบ Type A และ Type B
VAT หรือภาษี
ราคาสินค้า อาหาร หรือบริการที่ติดป้ายไว้ จะเป็นราคาที่ยังไม่รวมภาษี ในเมือง Chicago อีก 10.25% ส่วนค่าอาหารจะมี restaurant tax อีก 0.50% จะทำให้เสมือน VAT ของร้านอาหารเป็น 10.75%
TIPS การให้ทิป
เป็นธรรมเนียมของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เราต้องให้ “ทิป” กับคนที่ทำงานบริการ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหาร ช่างตัดผม บาร์เทนเดอร์ คนขับแท้กซี่ คนยกกระเป๋าในโรงแรม เนื่องจากอาชีพเหล่านี้ ได้รายได้ต่อชั่วโมง ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำตามกฎหมายแรงงาน ซึ่งกรมแรงงานก็ได้ระบุอาชีพเหล่านี้เป็น tips earner
การให้ทิป เป็นธรรมเนียมแบบอเมริกันเพื่อกระตุ้นให้พนักงานบริการลูกค้าอย่างดีที่สุด โดยหวังให้ลูกค้า “ทิป” เพื่อเป็นรางวัล
ตัวอย่างการให้ทิป
- พนักงานเสิร์ฟในร้านอาหาร 15-20% ของราคาอาหารที่ยังไม่รวมภาษี
- คนขับแท้กซี่ 10%
- บาร์เทนเดอร์ $1 ต่อ 1 drink
- คนยกกระเป๋าในโรงแรม $1 ต่อกระเป๋า 1 ใบ
US Visa
ในการขอวีซ่าชั่วคราว B-1/B-2 ผู้ยื่นขอวีซ่าต้องทำให้เจ้าหน้าที่กงสุลเห็นว่า มีคุณสมบัติสมควรได้รับวีซ่าอเมริกา ตามบทบัญญัติในกฏหมายตรวจคนเข้าเมืองและพลเมืองของอเมริกา ดังนั้น เพื่อให้วีซ่าอเมริกาผ่านการอนุมัติ ผู้ขอวีซ่าต้องหักล้างข้อสมมุติฐานที่จะคิดว่าเราจะย้ายถิ่นฐานไปตั้งรกรากอย่างถาวร โดยแสดงหลักฐานให้เห็นได้ว่า:
- วัตถุประสงค์การไปอเมริกา เป็นแบบชั่วคราว เช่น ไปติดต่อธุรกิจ ท่องเที่ยว หรือรับบริการทางการแพทย์
- มีแผนการไปพำนักอาศัยในอเมริกาเป็นการชั่วคราว และช่วงระยะเวลาพำนักอาศัยมีกำหนดการที่ชัดเจน
- แสดงหลักฐานการเงินที่เพียงพอ ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในระหว่างพำนักอาศัยในสหรัฐอเมริกา
- ผู้ยื่นขอวีซ่าอเมริกามีถิ่นพำนักถาวรเป็นหลักแหล่งนอกประเทศสหรัฐอเมริกา มีความผูกพันทางด้านสังคมและเศรษฐกิจอย่างแข็งแรงกับประเทศที่พำนักอาศัยหรือประเทศบ้านเกิดเมืองนอน เพื่อเป็นหลักประกันว่า ความผูกพันนี้จะดึงดูดให้ผู้ขอวีซ่าเดินทางกลับออกไปเมื่อสิ้นสุดภาระกิจในอเมริกา
- นอกเหนือจากนี้ กฏหมายตรวจคนเข้าเมืองยังมีข้อกำหนดไว้ว่า ชาวต่างชาติบางคนอาจมีคุณสมบัติที่ไม่สามารถยื่นขอวีซ่าได้เช่น เป็นโรคติดต่อหรือมีโรคร้ายแรง มีประวัติอาชญากรรม เป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อความมั่นคง ฝ่าฝืนกฏหมาย หรือลักลอบเข้าเมือง เป็นต้น
อายุของวีซ่าจะต้อง valid ครอบคลุมทั้งขาเข้าและขาออกจากสหรัฐอเมริกา หนังสือเดินทางจะต้องมีหน้าว่างเปล่าสำหรับประทับตราอย่างน้อย 2 หน้า และมีอายุเหลือ 6 เดือนเป็นอย่างต่ำ
เที่ยวบินจากไทยไป Chicago
ปัจจุบัน ยังไม่มีเที่ยวบินตรง จากกรุงเทพฯ (BKK) ไปยังสนามบิน Chicago (ORD – O’Hare International Airport หรือ MDW – Midway Airport) จำเป็นต้องต่อเครื่องอย่างน้อย 1 ครั้ง แบ่งเป็น
ต่อเครื่องในตะวันออกกลาง
| สายการบิน | เส้นทาง | เวลาบินโดยรวม | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| Qatar Airways | BKK – DOH – ORD | 20–23 ชม. | เปลี่ยนเครื่องที่ Doha |
| Etihad | BKK – AUH – ORD | 20–21 ชม. | เปลี่ยนเครื่องที่ Abu Dhabi |
| Emirates | BKK – DXB – ORD | 22–23 ชม. | เปลี่ยนเครื่องที่ Dubai |
ต่อเครื่องในยุโรป
| สายการบิน | เส้นทาง | เวลาบินโดยรวม | จุดเด่น |
|---|---|---|---|
| Lufthansa | BKK – FRA – ORD | 21–22 ชม. | เปลี่ยนเครื่องที่ Frankfurt |
| Swiss Air | BKK – ZRH – ORD | 21–22 ชม. | เปลี่ยนเครื่องที่ Zurich |
| Turkish Airlines | BKK – IST – ORD | 22–23 ชม. | เปลี่ยนเครื่องที่ Istanbul |
ต่อเครื่องในเอเชีย
| สายการบิน | เส้นทาง | เวลาบินโดยรวม | จุดเด่น |
|---|---|---|---|
| Japan Airlines | BKK – NRT – ORD | 19–20 ชม. | เปลี่ยนเครื่องที่ Narita |
| All Nippon Airways | BKK – NRT – ORD | 19–20 ชม. | เปลี่ยนเครื่องที่ Narita |
| Korean Air | BKK – ICN – ORD | 21–22 ชม. | เปลี่ยนเครื่องที่ Seoul |
| EVA Air | BKK – TPE – ORD | 20–21 ชม. | เปลี่ยนเครื่องที่ Taipei |
ต่อเครื่องในอเมริกาเหนือ
| สายการบิน | เส้นทาง | เวลาบินโดยรวม | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| Air Canada | BKK – YVR – ORD | 19–22 ชม. | เปลี่ยนเครื่องที่ Vancouver |
การเตรียมตัวก่อนเดินทาง
เพื่อให้ทริปราบรื่น ไม่มีสะดุด และพร้อมสำหรับวันแข่งอย่างเต็มที่ อย่าลืมเตรียมสิ่งเหล่านี้ให้ครบก่อนออกเดินทาง
- จัดอุปกรณ์ที่จะใช้ในวันแข่งลง Carry On
อุปกรณ์วันแข่งห้ามโหลดใต้เครื่อง รองเท้า เสื้อผ้าวิ่ง หรืออุปกรณ์ที่จำเป็นในวันแข่ง ควรเก็บไว้ใน carry-on หรือเป้ติดตัวขึ้นเครื่อง เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น กระเป๋าหาย หรือมาถึงล่าช้า - เตรียมเอกสารการเดินทาง ประกันเดินทาง
เตรียมหนังสือเดินทางให้พร้อม ให้แน่ใจว่ามีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือนทั้งขาไปและขากลับ ตรวจสอบชื่อนามสกุลตัวสะกดบนวีซ่าให้แน่ใจอีกครั้ง นอกจากนี้ ยังมีเอกสารอื่นๆ เช่น วัคซีน ประกันเดินทาง ฯลฯ ซึ่งนอกจากจะถ่ายรูปเก็บไว้ในมือถือแล้ว ยังแนะนำให้ถ่ายเอกสารเก็บไว้เป็นกระดาษสำรองไว้ (เผื่อมือถือหายจะได้ยังมีข้อมูล) - เตรียมข้อมูลสำหรับการตรวจคนเข้าเมือง
เตรียมข้อมูลที่พัก ตั๋วเครื่องบินขากลับ เพราะ ตม. อาจสุ่มตรวจสอบถามข้อมูล เช็คให้แน่ใจว่าวันที่บินกลับ ยังอยู่ในช่วงที่วีซ่ามีอายุอยู่ - แลกเงิน เตรียมบัตรเครดิต หรือ Travel Card
ส่วนใหญ่ร้านค้า ร้านอาหาร จะเป็นระบบ cashless เกือบหมด สามารถจ่ายเงินด้วยบัตรที่มีสัญลักษณ์ touchless นอกจากนี้ แนะนำให้แลกเงินสดไว้บ้าง (แบงค์ย่อยเล็กๆ) เผื่อฉุกเฉิน ไม่แนะนำให้พกเงินสดจำนวนเยอะๆ - เตรียมอุปกรณ์ First Aid ยาประจำตัว วิตามิน อาหารเสริม
เนื่องจากยาหลายชนิด โดยเฉพาะที่ไม่ใช่ยาสามัญทั่วไป จะต้องใช้ใบสั่งแพทย์ (prescription) ในการซื้อ ควรพกไปให้ครบตั้งแต่ต้นทาง และควรเป็นยาที่มีฉลากชัดเจน - รีวิวแผนการเดินทาง
นำแผนการเดินทางมารีวิวดูอีกที พักที่ไหน เอา address มา save ไว้ใน Google Maps ให้พร้อมโหลด maps เป็นแบบ offline เผื่อไว้ก็ดี ส่วนตัวจะใช้ app ชื่อ TripIt เป็น app ที่มีประโยชน์มากๆ จัดเรียงข้อมูลทุกอย่างแบบ offline ไว้ในมือถือ ค้นหาสะดวกมาก - ถ่ายรูปกระเป๋าที่โหลด
หากกระเป๋าเสียหายจะได้มีหลักฐานสภาพกระเป๋าก่อนเสียหาย หรือถ้ากระเป๋าล่าช้า/หาย จะเป็นประโยชน์ต่อสายการบินในการค้นหากระเป๋าได้เร็วขึ้น
เมื่อเดินทางถึงสนามบิน O’Hare
สิ่งที่ต้องเตรียม
เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองอาจจะมีการสอบถามจุดประสงค์ของการเดินทาง เช่น มาทำอะไร มากี่วัน พักที่ไหน ควรเตรียมข้อมูลให้เรียบร้อย
- หนังสือเดินทาง
- ข้อมูลที่พัก (ชื่อและที่อยู่โรงแรม)
- ข้อมูลตั๋วเครื่องบินขากลับ
- ข้อมูลหลักฐานการตอบรับจากงานวิ่ง
หลังจากผ่านการตรวจคนเข้าเมือง ไปที่สายพานเพื่อรับกระเป๋า แล้วเดินผ่านศุลกากร (เจ้าหน้าที่อาจจะมีการสุ่มขอตรวจกระเป๋า)
สิ่งต้องห้ามนำเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา
- ผัก ผลไม้ เมล็ดพืช
- เนื้อสัตว์ รวมถึงเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น หมูหยอง หมูฝอย
การเดินทางเข้าเมือง
- จากสนามบิน O’Hare ขึ้นรถไฟ Blue Line (Forest Park) ใช้เวลาประมาณ 45 นาที มาลงที่สถานี Jackson แล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟ Red Line (Howard) นั่งอีก 3 สถานี (ประมาณ 5 นาที) ลงที่สถานี Grand แล้วเดินประมาณ 500 เมตรถึงโรงแรม (เปิด Google Maps ประกอบ) – หรือจะเรียก Uber ตอนที่ลงจากสถานี Jackson ก็ได้
- หากมีกระเป่าสัมภาระ ไม่สะดวกในการนั่งรถไฟตั้งแต่แรก เรียก Uber หรือ Lyft (แนะนำให้โหลด 2 แอพนี้ และทดลองใส่เลขบัตรเครดิตให้เรียบร้อย) เดินตามป้าย Ride Share ไปยืนรอรถที่ Terminal 2 – departure level ราคาค่าโดยสารจากสนามบินเข้าตัวเมืองทั่วไปอยู่ที่ประมาณ $50-60 (ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร และปริมาณการเรียกรถ) ใช้เวลาประมาณ 45 นาที
สำหรับนักวิ่ง LET’S RUN THE WORLD หากต้องการนั่งรถไฟจากสนามบินมาที่โรงแรม
- ซื้อตั๋ว 7-day pass จากตู้ CTA ที่สนามบิน
- นั่งรถไฟ Blue Line จาก Airport มาลงที่สถานี Washington (17 สถานี – ประมาณ 45 นาที) ออกที่ทางออก Randolph-Washington Exit จะมีทางเดินลอด (Chicago Pedway) ไปยังรถไฟ Red Line สถานี Lake
- ขึ้นรถไฟ Red Line ขบวน Howard มาลงที่สถานี Grand (1 สถานี) เมื่อขึ้นมาจากสถานี เดินประมาณ 600 เมตรถึงโรงแรม DoubleTree by Hilton Hotel Chicago – Magnificent Mile
ระบบขนส่งสาธารณะในตัวเมือง Chicago
ระบบขนส่งสาธารณะใน Chicago ชื่อ CTA (Chicago Transit Authority) ประกอบไปด้วยด้วยรถไฟและรถบัส สามารถใช้ Ventra Card ที่เป็นบัตรเติมเงิน หรือซื้อเป็น pass เพื่อความสะดวก
- L (train) $2.50 ต่อครั้ง (transfer ฟรีใน 2 ชั่วโมง)
- Bus $2.25
- รถไฟจากสนามบินเข้าเมือง $5
- 1-day Pass $5
- 3-day Pass $15
- 7-day Pass $20 (ถ้าอยู่ใน Chicago ตั้งแต่ 4 วันเป็นต้นไปก็คุ้มแล้ว แนะนำให้ซื้ออันนี้ครับ)
Ventra Card (บัตรสีเทา) เป็นเหมือนบัตรเติมเงิน มีค่าธรรมเนียมครั้งแรก $5 ซื้อได้ที่สถานี จากนั้นเติมเงินได้ที่ตู้ ถ้าใช้ขึ้นรถรายครั้ง ค่าโดยสารตัดบัตรไปครั้งละ $2.50 แต่ถ้าจะซื้อ pass ก็เลือกซื้อได้ตั้งแต่ตอนเติมเงินเลย ถ้าคิดว่าจะโดยสารบ่อย ให้เลือกแบบนี้
หมายเหตุ: เวลานำบัตรเครดิตจากไทยไปใช้ที่ตู้เติมเงิน ตู้จะถาม Zip Code ให้ใส่รหัสไปรษณีย์ของเราเอง
Ventra Ticket (บัตรกระดาษสีฟ้า) เป็นบัตร single-ride ใช้เพื่อโดยสารครั้งเดียว กดซื้อที่ตู้ในสถานี ราคาครั้งละ $3
Travel Card/Debit Card/Credit Card ของเราเอง ใช้สำหรับแตะเข้าที่เครื่องได้เลย ค่าโดยสารครั้งละ $2.50 แต่จะไม่สามารถซื้อ pass ได้ ถ้าไม่ใช่บัตรเครดิตของอเมริกา ถ้าคิดว่าจะโดยสารไม่เยอะ ให้ใช้แบบนี้
Marathon Expo
จัดที่ McCormick Place, Lakeside Center, North Building, Level 3 – Hall B1
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/FG4vcZRH8i5AgHNX8
- พฤหัสบดี 8 ตุลาคม เวลา 10:00 – 18:00 น.
- ศุกร์ 9 ตุลาคม เวลา 09:00 – 18:00 น.
- เสาร์ 10 ตุลาคม เวลา 09:00 – 18:00 น.
นักวิ่งจะต้องแสดง QR Code พร้อมกับพาสปอร์ตยืนยันตัวตนเพื่อรับบิบ ไม่อนุญาตให้รับบิบแทน นอกจากนี้จะได้รับถุงสำหรับฝากของ และเสื้อ Nike Race Shirt 1 ตัว ถ้าไม่พอดี สามารถเปลี่ยนไซส์ได้ที่บูธเปลี่ยนไซส์
นักวิ่งที่สมัคร Chicago 5K สามารถรับบิบได้ที่บูธ 5K
การเตรียมตัวสำหรับวันแข่งขัน
- รับประทานอาหารที่ให้พลังงานเพียงพอ โดยเฉพาะพลังงานจากคาร์โบไฮเดรต
- พักผ่อน นอนหลับให้เต็มที่และเพียงพอ
- หากต้องการรับประทานอาหารเช้า เผื่อเวลาให้อาหารย่อยก่อนเวลาแข่งขันอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
- นำอุปกรณ์ที่จะใช้สำหรับวันแข่งขันมาจัดวางเรียงไว้
- เพื่อป้องกันการบาดเจ็บจากการเสียดสี ทาวาสลีนตามรอยต่อของตะเข็บผ้า ข้อพับ และจุดต่างๆ ที่อาจเกิดการเสียดสีเป็นเวลานานระหว่างวิ่ง
- เตรียมชุดคลุม เสื้อกันหนาว ชุดกันฝน สำหรับการเดินทางไปจุดปล่อยตัว สามารถฝากของ ที่จุดปล่อยตัว โดยใส่ทุกอย่างที่ไม่ใช้ไว้ในถุงใสที่ทาง Chicago Marathon แจกให้
การแต่งกายสำหรับนักวิ่ง
Chicago ในเดือนตุลาคมอากาศหนาวเย็นมาก (8-15 องศา) โอกาสมีฝน 25% จึงแนะนำให้เตรียมเสื้อวิ่งแขนยาว กางเกงวิ่งขายาวไปด้วย เราจะมีโอกาสได้ลองวิ่ง morning run กันวันศุกร์ และบางท่านลงทะเบียนวิ่ง Chicago 5K วันเสาร์ น่าจะทำให้พอประมาณการณ์ได้ว่าควรแต่งตัวอย่างไรในวันวิ่งจริง
เนื่องจากอากาศหนาว แนะนำให้มีถุงมือแบบที่ไม่อุ้มน้ำ ไม่อมน้ำ (กรณีฝนตก)
มีข้อห้ามสำหรับนักวิ่ง ไม่ให้ถือ selfie stick, tripod ขณะวิ่ง นอกจากนี้ยังห้ามมี camera mount เช่น การติด GoPro บนหมวก เป็นต้น
RACE DAY
จุดปล่อยตัว อยู่บริเวณทางตอนเหนือของ Grant Park โดยนักวิ่งเดินจะต้องเดินเข้าทางเข้าตาม wave/corral เมื่อผ่าน security จะมีจุดฝากของอยู่ที่บริเวณ Buckingham Fountain
เส้นชัย อยู่บริเวณทางใต้ของ Grant Park
Cut Off: 6:30 ชั่วโมง (chip time)
จะมีป้ายบอกระยะทางทุกๆ 1 ไมล์ และทุกๆ 5 กิโลเมตร
จุดบริการจะมีทุกๆ ประมาณ 2-2.5 กิโลเมตร ประกอบด้วยปฐมพยาบาล ห้องน้ำ น้ำดื่ม และ Gatorade
เจลให้พลังงาน Maurten ที่ประมาณกิโลเมตรที่ 20, 25, และ 29
นักวิ่งควรศึกษา Participant Guide อย่างละเอียด > https://www.chicagomarathon.com/runners/runner-information/


