ข้อมูลการเตรียมตัวนักวิ่ง Tokyo Marathon 2026
ขอแสดงความยินดีกับนักวิ่งที่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน Tokyo Marathon 2026 สนามมาราธอนอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น และหนึ่งในสนาม World Marathon Major เดียวในเอเชีย
ข้อมูลทั่วไป
สกุลเงิน
ใช้สกุลเงินเยน (JPY) อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ประมาณ ¥100 = 20.xx บาท (มกราคม 2026)
ร้านค้าและร้านอาหารส่วนใหญ่รับบัตรเครดิต ได้อย่างสะดวก เพื่อความสะดวกและปลอดภัย ไม่จำเป็นต้องพกเงินสดจำนวนมาก ยกเว้นร้านอาหารเล็กๆ รถเข็นข้างทาง หรือตลาดปลา ที่บางร้านอาจจะยังรับเพียงเงินสด
แนะนำให้ตรวจสอบกับธนาคารผู้ออกบัตรของล่วงหน้า เพื่อเปิดใช้บริการรูดบัตรในต่างประเทศและตรวจสอบอัตราค่าธรรมเนียมในการใช้จ่ายระหว่างประเทศ หรือกดเงินสดเป็นเงินสกุล JPY จากตู้ ATM
IC Card เช่น Suica หรือ Pasmo คือบัตรเติมเงิน สามารถใช้ขึ้นรถไฟ ซื้อของตามร้านสะดวกซื้อ ตู้กดน้ำ หรือร้านอาหารได้
เครื่องใช้ไฟฟ้า
ปลั๊กไฟฟ้าในประเทศญี่ปุ่นเป็น Type A และ B (เหมือนประเทศไทย) แต่ญี่ปุ่นใช้กระแสไฟฟ้า 110 V ต่างกับประเทศไทยที่ใช้ 220 V การจะนำเครื่องใช้ไฟฟ้าจากไทยไปใช้ที่ญี่ปุ่นควรเช็คก่อนว่าเครื่องจะรับระดับไฟได้ที่เท่าไหร่ หากมีระบุไว้ว่ารับได้ 100 V – 220 V ก็สามารถนำไปใช้ได้

สภาพอากาศ
ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ – ต้นเดือนมีนาคม ที่ Tokyo อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 3° ถึง 15°c โอกาสเกิดฝนประมาณ 15-20% ลมค่อนข้างแรง ควรเตรียมเสื้อกันหนาว เสื้อกันลม และเสื้อกันฝนไปให้พร้อม สำหรับนักวิ่งแนะนำให้มีถุงมือวิ่งติดไปด้วย ช่วงรอยต่อระหว่างฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิ อากาศเปลี่ยนแปลงไปมา ต้องติดตามการพยากรณ์อากาศแบบวันต่อวัน
เวลา
เวลาท้องถิ่นของประเทศญี่ปุ่น เร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง
หนังสือเดินทาง วีซ่า ศุลกากร
ผู้ที่ถือหนังสือเดินทางประเทศไทย สามารถเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า แต่ต้องมีอายุหนังสือเดินทางเกิน 6 เดือน ณ วันที่เดินทางเข้า และในหนังสือเดินทางต้องมีหน้าว่าง 2 หน้าสำหรับประทับลงตรา
เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของญี่ปุ่น จะพิจารณาให้เฉพาะ “นักท่องเที่ยว” ที่มาเที่ยวโดยสุจริตเท่านั้น ที่ผ่านเข้าเมืองได้และอาจต้องพิจารณาประกอบกับหลักฐานเพิ่มเติม อาทิ บัตรประจำตัวประชาชน บัตรประจำตัวพนักงาน หรือเครดิตการ์ด เป็นต้น การนำเข้าสิ่งของโดยปลอดภาษี ทางด่านศุลกากรอนุญาตให้นำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 3 ขวด, บุหรี่ 400 มวน, ยาสูบ 500 กรัม หรือซิการ์ 100 มวน, น้ำหอม 2 ออนซ์, ของกำนัลตลอดจนของที่ระลึก มูลค่าไม่เกิน 2 แสนเยน มิฉะนั้น ต้องเสียภาษี (สำหรับบุคคลที่อายุยังไม่ถึง 19 ปี และอายุเพียง 19 ปี ไม่อนุญาตให้นำเข้าบุหรี่หรือเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์)
แนะนำให้กรอกใบตรวจคนเข้าเมือง Visit Japan เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว
ยารักษาโรค
ท่านที่มีโรคประจำตัว และนำยาติดตัวไปด้วย ยาบางชนิดเป็นยาที่รัฐบาลญี่ปุ่นห้ามนำเข้ามาประเทศ เพราะเป็นยาที่มีส่วนผสมต้องห้ามภายใต้กฎหมายของญี่ปุ่น จึงขอแจ้งตัวอย่างรายชื่อยาที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายและห้ามนำเข้ามาในญี่ปุ่น ดังนี้
- TYLENOL COLD
- NYQUIL
- NYQUIL LIQUICAPS
- ACTIFED
- SUDAFED
- ADVIL COLD & SINUS
- DRISTAN COLD/ “NO DROWSINESS”
- DRISTAN SINUS
- DRIXORAL SINUS
- VICKS INHALER
- LOMOTIL
รัฐบาลญี่ปุ่นมีระบบการตรวจสอบการนำเข้ายาอย่างเข้มงวด ทั้งยาที่นำมาด้วยตัวเองทางเครื่องบิน หรือยาที่ส่งมาทางพัสดุไปรษณีย์ ให้ระวังการนำยาเข้ามาในประเทศญี่ปุ่น หากไม่แน่ใจ ก็ควรนำยานั้นๆ ให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรพิจารณาเป็นกรณีเฉพาะ
การเตรียมตัวก่อนเดินทาง
เพื่อให้ทริปราบรื่น ไม่มีสะดุด และพร้อมสำหรับวันแข่งอย่างเต็มที่ อย่าลืมเตรียมสิ่งเหล่านี้ให้ครบก่อนออกเดินทาง
- จัดอุปกรณ์ที่จะใช้ในวันแข่งลง Carry On
อุปกรณ์วันแข่งห้ามโหลดใต้เครื่อง รองเท้า เสื้อผ้าวิ่ง หรืออุปกรณ์ที่จำเป็นในวันแข่ง ควรเก็บไว้ใน carry-on หรือเป้ติดตัวขึ้นเครื่อง เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น กระเป๋าหาย หรือมาถึงล่าช้า - เตรียมเอกสารการเดินทาง ประกันเดินทาง
เตรียมหนังสือเดินทางให้พร้อม ให้แน่ใจว่ามีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือนทั้งขาไปและขากลับ ตรวจสอบชื่อนามสกุลตัวสะกดบนวีซ่าให้แน่ใจอีกครั้ง นอกจากนี้ ยังมีเอกสารอื่นๆ เช่น วัคซีน ประกันเดินทาง ฯลฯ ซึ่งนอกจากจะถ่ายรูปเก็บไว้ในมือถือแล้ว ยังแนะนำให้ถ่ายเอกสารเก็บไว้เป็นกระดาษสำรองไว้ (เผื่อมือถือหายจะได้ยังมีข้อมูล) - เตรียมข้อมูลสำหรับการตรวจคนเข้าเมือง
เตรียมข้อมูลที่พัก ตั๋วเครื่องบินขากลับ เพราะ ตม. อาจสุ่มตรวจสอบถามข้อมูล เช็คให้แน่ใจว่าวันที่บินกลับ ยังอยู่ในช่วง 15 วัน - แลกเงิน เตรียมบัตรเครดิต หรือ Travel Card
ส่วนใหญ่ร้านค้า ร้านอาหาร สามารถจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิตหรือ Tralvel Card ได้ นอกจากนี้ แนะนำให้แลกเงินสดไว้บ้าง เผื่อฉุกเฉิน ไม่แนะนำให้พกเงินสดจำนวนเยอะๆ - เตรียมอุปกรณ์ First Aid ยาประจำตัว วิตามิน อาหารเสริม
เนื่องจากยาหลายชนิด โดยเฉพาะที่ไม่ใช่ยาสามัญทั่วไป จะต้องใช้ใบสั่งแพทย์ (prescription) ในการซื้อ ควรพกไปให้ครบตั้งแต่ต้นทาง และควรเป็นยาที่มีฉลากชัดเจน - รีวิวแผนการเดินทาง
นำแผนการเดินทางมารีวิวดูอีกที พักที่ไหน เอา address มา save ไว้ใน Google Maps ให้พร้อมโหลด maps เป็นแบบ offline เผื่อไว้ก็ดี ส่วนตัวจะใช้ app ชื่อ TripIt เป็น app ที่มีประโยชน์มากๆ จัดเรียงข้อมูลทุกอย่างแบบ offline ไว้ในมือถือ ค้นหาสะดวกมาก - ถ่ายรูปกระเป๋าที่โหลด
หากกระเป๋าเสียหายจะได้มีหลักฐานสภาพกระเป๋าก่อนเสียหาย หรือถ้ากระเป๋าล่าช้า/หาย จะเป็นประโยชน์ต่อสายการบินในการค้นหากระเป๋าได้เร็วขึ้น
เมื่อเดินทางถึงสนามบิน Narita (NRT) หรือ Haneda (HND)
สิ่งที่ต้องเตรียม
เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองอาจจะมีการสอบถามจุดประสงค์ของการเดินทาง เช่น มาทำอะไร มากี่วัน พักที่ไหน ควรเตรียมข้อมูลให้เรียบร้อย
- หนังสือเดินทาง
- QR Code จาก Visit Japan
- ข้อมูลที่พัก (ชื่อและที่อยู่โรงแรม)
- ข้อมูลตั๋วเครื่องบินขากลับ
- ข้อมูลหลักฐานการตอบรับจากงานวิ่ง
หลังจากผ่านการตรวจคนเข้าเมือง ไปที่สายพานเพื่อรับกระเป๋า แล้วเดินผ่านศุลกากร (เจ้าหน้าที่อาจจะมีการสุ่มขอตรวจกระเป๋า)
การเดินทางเข้าเมือง
โรงแรมที่พัก
APA Hotel Shinjuku Gyoemmae
2 Chome-2-8 Shinjuku, Shinjuku City, Tokyo 160-0022
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/sFfxC1Rwfxti8h5i7
จากสนามบิน Haneda สามารถเดินทางได้หลายวิธี https://maps.app.goo.gl/nS8ggjsWWofHJLv9A
- Haneda Airport Limousine Bus สะดวกมาก ขึ้นจาก Terminal มาลงที่ Shinjuku Bus Station แล้วเดินมาที่โรงแรม (800 เมตร)
- นั่ง Tokyo Momorial หรือ Keikyu Airport Line มาเปลี่ยนเป็น Tokyo Subway (Marunouchi Line) ลงสถานี Shinjuku-gyoemmae
จากสนามบิน Narita สามารถเดินทางได้หลายวิธี https://maps.app.goo.gl/HrUGotRKXTBKTZhU9
- นั่งรถไฟ Narita Express มาลงสถานี Shinjuku แล้วเดินมาที่โรงแรม (800 เมตร)
- นั่งรถ Airport Bus มาลงที่ Ginza Station แล้วเปลี่ยนเป็น Tokyo Subway (Marunouchi Line) ลงสถานี Shinjuku-gyoemmae
- นั่งรถไฟ Skyliner มาลงที่ Ueno Station แล้วต่อรถไฟ Tokyo Subway หรือ JR
ระบบขนส่งสาธารณะในตัวเมือง Tokyo
มี 2 ระบบใหญ่ คือ Tokyo Metro (รถไฟใต้ดิน) และ JR (การรถไฟญี่ปุ่น) การเดินทางใน Tokyo แนะนำ Tokyo Metro โดยใช้ Subway Pass มีขายแบบ 24-hr, 48-hr, 72-hr ค่าโดยสารถูกกว่าเมื่อเทียบกับ JR
Tokyo Subway Pass ครอบคลุมเส้นทางรถไฟใต้ดินของ Tokyo Metro ทั้ง 9 สาย คือ
- Marunouchi Line
- Hibiya Line
- Ginza Line
- Fukutoshin Line
- Tozai Line
- Namboku Line
- Yurakucho Line
- Hanzomon Line
- Chiyoda Line
สามารถเดินทางไปได้แทบจะทั่ว Tokyo ไม่ว่าจะเป็น Shinjuku (จุดปล่อยตัว), Tokyo Station (เส้นชัย), Ueno, Asakusa, Shibuya, Ginza, Roppongi, Akihabara, Ikebukuro, Harajuku
บัตร 24-hr ราคาเพียง 600 เยน ไม่ต้องซื้อล่วงหน้า กดซื้อที่ตู้ในสถานีได้เลย (มีภาษาไทยด้วย) วิธีใช้งานง่ายมาก สอดบัตรเข้าที่ประตูก็จะนับเวลา 24 ชม. ตามจริง (เครื่องจะจะพิมพ์เวลาเข้าครั้งแรกไว้หลังบัตร) สะดวกและประหยัดมาก นั่งเกิน 3 ครั้งก็คุ้มแล้ว
Marathon Expo
จัดที่ Tokyo Big SIght South Exhibition Halls
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/SMVPnx2ytPMooPbYA
- ศุกร์ที่ 17 ตุลาคม 11:00 – 20:30 น.
- เสาร์ที่ 18 ตุลาคม 10:00 –19:30 น.
นักวิ่งจะต้องแสดง QR Code พร้อมกับพาสปอร์ตยืนยันตัวตนเพื่อรับบิบ ไม่อนุญาตให้รับบิบแทนกัน
การเตรียมตัวสำหรับวันแข่งขัน
- รับประทานอาหารที่ให้พลังงานเพียงพอ โดยเฉพาะพลังงานจากคาร์โบไฮเดรต
- พักผ่อน นอนหลับให้เต็มที่และเพียงพอ
- หากต้องการรับประทานอาหารเช้า เผื่อเวลาให้อาหารย่อยก่อนเวลาแข่งขันอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
- นำอุปกรณ์ที่จะใช้สำหรับวันแข่งขันมาจัดวางเรียงไว้
- เพื่อป้องกันการบาดเจ็บจากการเสียดสี ทาวาสลีนตามรอยต่อของตะเข็บผ้า ข้อพับ และจุดต่างๆ ที่อาจเกิดการเสียดสีเป็นเวลานานระหว่างวิ่ง
- เตรียมชุดคลุม เสื้อกันหนาว ชุดกันฝน สำหรับการเดินทางไปจุดปล่อยตัว สามารถฝากของ ที่จุดปล่อยตัว โดยใส่ทุกอย่างที่ไม่ใช้ไว้ในถุงใสที่ทางเรซแจกให้
การแต่งกายสำหรับนักวิ่ง
ในเดือนตุลาคมอากาศหนาวเย็นมาก (8-15 องศา) โอกาสมีฝน 25% จึงแนะนำให้เตรียมเสื้อวิ่งแขนยาว กางเกงวิ่งขายาวไปด้วย
เนื่องจากอากาศหนาว แนะนำให้มีถุงมือแบบที่ไม่อุ้มน้ำ ไม่อมน้ำ (กรณีฝนตก)
มีข้อห้ามสำหรับนักวิ่ง ไม่ให้ถือ selfie stick, tripod ขณะวิ่ง นอกจากนี้ยังห้ามมี camera mount เช่น การติด GoPro บนหมวก เป็นต้น
RACE DAY
จุดปล่อยตัว อยู่ใน Japan National Stadium (ตรงข้ามโรงแรม) แนะนำให้ข้ามถนนจากโรงแรมไป อย่างช้า 7:15 น. (จะปิดบล็อค 30 นาทีก่อนเวลาปล่อยตัว) ปล่อยตัวเวลา 8:05 น.
เส้นชัย อยู่ใน Japan National Stadium เช่นกัน
Cut Off: 3 ชั่วโมง (gun time) และมี cut off ย่อยอีก 4 จุด
- 9:30 น. cut off ที่ระยะ 8.5 km
- 9:53 น. cut off ที่ระยะ 11.5 km
- 10:22 น. cut off ที่ระยะ 15.3 km
- 10:50 น. cut off ที่ระยะ 19.1 km
นักวิ่งควรศึกษา Participant Guide อย่างละเอียด > https://legacyhalf.tokyo/en/guidebook/index.html


